ROAD TO WORLD FINAL

DAY 7 : สร้างแรงกระตุ้น ก่อนป้องกันแชมป์

หลังบินลัดฟ้ามาเก็บตัว 1 สัปดาห์เต็ม นี่ก็เป็นช่วงสุดท้าย ที่พวกเขาจะได้เก็บตัวฝึกซ้อม ก่อนต้องทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทย เข้าแข่งขันฟุตบอลรายการ #FCBayernYouthCup รอบ World Final กับคู่แข่งอีก 7 ทีม 6 ประเทศ 

โดยในวันเสาร์ที่ผ่านมา พวกเขามีเกมอุ่นเครื่องกับคู่แข่งจากอีกสาย เพื่อสร้างแรงกระตุ้นในการแข่งขัน และศึกษาคู่แข่งไปในตัว ก่อนออกเดินทางไปชมเกมตัดสินแชมป์ของทีม FC Bayern Munich ที่สนาม Allianz Arena ซึ่งเป็นสนามเดียวกับที่พวกเขาทั้ง 10 จะลงแข่งขันในวันที่ 19 พฤษภาคม เพื่อป้องกันแชมป์ 2 สมัยและคว้าแชมป์สมัยที่ 3 กลับมาฝากกองเชียร์ชาวไทยให้ได้ 

ซึ่งบทสรุปของการชิงแชมป์ในปีนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ที่แฟนเพจ Allianz Ayudhya วันนี้ เวลา 20:00 น. เป็นต้นไป


:: อุ่นเครื่องจำลองการแข่งขันจริง ก่อนการชิงแชมป์ ::

ในช่วงเช้าของวัน มีการอุ่นเครื่องจำลองการแข่งขันจริง ซึ่งพวกเขาจะต้องพบกับคู่แข่งจากอีกสาย อันได้แก่ ทีมเยอรมัน และทีมสหรัฐฯ แม้จะเป็นเกมการแข่งขันที่ไม่ได้มีผลอะไร แต่ก็ถือเป็นการลองแผนการเล่นไปในตัว และเผื่อไปเจอในรอบถัดไปจะได้รู้ทางกันไว้ก่อน ซึ่งคู่แข่งของพวกเขาก็จัดเต็มกันมาก ๆ ใส่กันไม่ยั้ง นั้นทำให้พวกเขารู้แล้วว่าการชิงแชมป์หนนี้จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด 


:: ตามส่องคู่แข่ง วิเคราะห์การเล่น ::

หลังลงอุ่นเครื่องกับคู่แข่งจากอีกสายเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาก็มานั่งชมเกม ตามส่องคู่แข่งในสายของตัวเองกันต่อ เพื่อวิเคราะห์จุดเด่นและแผนการเล่นที่คู่แข่งน่าจะใช้ในวันชิงแชมป์ จะได้วางแผนรับมือได้ทันนั่นเอง

โดนหลังจากยืนมองอยู่นาน พวกเขาก็สรุปสั้น ๆ ว่าทีมอินเดีย เป็นทีมที่มีเกมรุกอันโดดเด่น, ทีมจีน เป็นทีมที่มีทีมเวิร์คอันยอดเยี่ยม, และทีม FC Bayern Kids Club จากเยอรมนี ถือเป็นเจ้าถิ่นที่มีสรีระที่สูงใหญ่ แต่ยังไงก็ตาม ไม่ว่าอีกทีมจะเป็นอย่างไร พวกเขาก็พร้อมสู้ไม่ถอยแน่นอน


:: ชมเกมนัดสำคัญ บนสังเวียนที่จะต้องลงชิงแชมป์ ::

ในช่วงบ่าย พวกเขาก็มุ่งหน้าสู่สนาม Allianz Arena เพื่อชมเกมตัดสินแชมป์ของทีม FC Bayern Munich ซึ่งมันก็คล้ายกับพวกเขาที่จะต้องลงป้องกันแชมป์ 2 สมัย เพื่อคว้าแชมป์สมัยที่ 3 บนสนามแห่งนี้เช่นกัน  

โดยก่อนจะเข้าสนามก็ต้องถ่ายรูปรวมกันสักหน่อย เพื่อประกาศให้คนที่นี่รู้ว่า #FCBayernYouthCup มาเยือนแล้วจ้า


:: หวังคว้าแชมป์ให้ได้เหมือน FC Bayern Munich :: 

เมื่อเข้ามาในสนาม บรรยากาศก็ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แฟนบอลเข้ามาเต็มความจุ ทำเอาพวกเขาตื่นเต้นสุด ๆ จนบางคนบอกว่าทนรอไม่ไหวแล้ว อยากลงไปทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยในสนามนี้เร็ว ๆ เรียกได้ว่า กระหายในชัยชนะสุด ๆ 

ส่วนเกมในวันนี้เป็นการปะทะกันของทีม FC Bayern Munich และทีม Eintracht Frankfurt ซึ่งนอกจากจะมีแชมป์เป็นเดิมพันแล้ว ยังเป็นเกมอำลาสนามของนักเตะตัวเก่งที่รับใช้ทีมมาอย่างยาวนาน ประกอบไปด้วย Arjen Robben, Franck Ribery และ Rafinha โดยเมื่อเกมเริ่มทั้งสองทีมต่างผลัดกันรุก ผลัดกันรับ อย่างดุเดือด กองเชียร์ที่นี่ก็เชียร์กันมันมาก ทำให้พวกเขามีอารมณ์ร่วมตลอด จนนั่งลุ้นกันตัวเกร็ง แต่สุดท้ายด้วยการเล่นที่แน่นอนกว่าทำให้ทีม FC Bayern Munich เอาชนะไปได้ 5 ประตูต่อ 1 ป้องกันแชมป์และคว้าแชมป์ครั้งสมัยที่ 29 ไปครองได้สำเร็จ แน่นอนเมื่อเห็นทีม FC Bayern Munich ทำได้ พวกเขาก็หวังที่จะทำให้ได้เหมือนกัน


:: พร้อมแล้วที่จะสู้เพื่อคนไทย ::

หลังจากเก็บตัวมาอย่างยาวนาน ทั้งได้ฝึกซ้อมแทคติกอย่างเข้มข้นทั้งในและนอกสนามตลอดเวลา ได้รับแรงบันดาลใจ และแรงกระตุ้นมากมาย พวกเขาก็พร้อมแล้วที่จะออกไปสู้เพื่อคนไทยที่รอเชียร์กันอยู่ ให้สมกับที่ได้เป็นตัวแทนประเทศ 

ซึ่งบทสรุปในแมทช์ชิงแชมป์จะเป็นอย่างไร แรงเชียร์จากทุกคนจะช่วยเติมพลังให้พวกเขาได้มากแค่ไหน เตรียมร่วมลุ้นและร่วมเชียร์ในการถ่ายทอดสดไปพร้อมกันได้ที่ Allianz Ayudhya วันที่ 19 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 20:00 น. เป็นต้นไป  

DAY 6 : สู้เพื่อทีม บนภารกิจนอกสนาม

ก้าวสู่วันที่ 6 ของการเก็บตัวฝึกซ้อม โดยตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันแข่งขัน เรียกได้ว่ามีเซอร์ไพรส์มากมาย ทั้งการฝึกซ้อมที่ลดลง การฟื้นฟูและการผ่อนคลายที่มากขึ้น แต่ยังเข้มข้นเหมือนเดิม ทั้งนี้ก็เพื่อให้ร่างกายของพวกเขา พร้อมที่สุดก่อนชิงแชมป์ฟุตบอลที่ Allianz Arena ในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคมนี้

โดยวันนี้พวกเขาจะต้องตะลุยเมืองมิวนิก เพื่อทำภารกิจแข่งขันนอกสนามกับคู่แข่งอีก 6 ประเทศ แถมมีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ จากทีมงานที่จะพาพวกเขาไปพบกับนักเตะซูเปอร์สตาร์ของทีม FC Bayern Munich พร้อมตบท้ายด้วยการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของแต่ละชาติ ซึ่งการเดินทางตลอดทั้งวันของทั้ง 10 ตัวแทนประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ไปชมกันได้เลย 


:: กระหน่ำช้อปที่ร้านขายของที่ระลึก FC Bayern Munich  ::

สำหรับการฝึกซ้อมในวันนี้ ทีมงานที่นี่แบ่งการซ้อมออกเป็น 2 รอบ ซึ่ง #TeamThai ของเรา จะเริ่มซ้อมในรอบที่ 2 ดังนั้นในระหว่างรอ จึงเป็นโอกาสเดียวที่พวกเขาจะได้แวะเข้าไปที่ร้านจำหน่ายของที่ระลึกของทีม FC Bayern Munich ที่อยู่ห่างจากสนามซ้อมเพียงไม่กี่ก้าว 

พอเข้ามาก็เหมือนอยู่บนสวรรค์ ทุกคนต่างแยกย้าย ตามหาสิ่งของที่อยากได้ทั้งเสื้อ, หมวก, กระเป๋า, กางเกง แน่นอนเมื่อของมันต้อง เงินที่แลกมาก็ต้องใช้กันสักหน่อย บอกเลยที่เห็นประหยัดกันมาตอนทัวร์เมืองไฮเดลเบิร์ก ก็เพื่องานนี้โดยเฉพาะ :)

:: ได้กลับมารวมทีมอีกครั้ง ::

หลังจากมีความสุขกับการช้อปปิ้ง ได้ของฝากกลับมามากมาย ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับมาจริงจังกับการฝึกซ้อมอีกครั้ง โดยวันนี้เป็นการซ้อมในรูปแบบทีมตามปกติ ทางโค้ชแดเนียล และโค้ชนีลผู้ช่วย จึงเน้นให้พวกเขาได้วอร์มอัพ เพื่อให้ร่างกายฟิตอยู่ตลอดเวลา เพราะอีกไม่ถึง 2 วันก็จะถึงรอบชิงแชมป์แล้ว จึงต้องรักษาเนื้อรักษาตัวกันหน่อย เดี๋ยวเจ็บไป แย่เลย :)

:: คนพักก็ต้องทำงานหนัก ::

การฝึกซ้อมในวันนี้ มีน้อง ๆ บางส่วนที่ได้พัก เนื่องจากซ้อมติดต่อกันมาหลายวัน ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายกลับมาสมบูรณ์ พวกเขาก็เลยต้องให้ “พี่ยิม” นักกายภาพบำบัดประจำทีม มาช่วยนำยืดเส้นยืดสายกันสักหน่อย วันชิงแชมป์จะได้ฟิต ๆ ยิงประตูได้เยอะ ๆ 

:: เจอ “นอยเออร์” ตัวจริงเสียงจริง  ::

เมื่อฝึกซ้อมเสร็จ ก็กลับมารับประทานอาหารที่โรงแรมตามปกติ แต่แล้วก็มีสายตรงจากทีมงาน #FCBayernYouthCup เรียกให้พวกเขากลับมาที่สนามซ้อมอีกรอบ 

และเซอร์ไพรส์พวกเขาด้วยการพา “มานูเอล นอยเออร์” สุดยอดผู้รักษาประตูของทีม FC Bayern Munich และทีมชาติเยอรมนี มาพบปะให้แรงบันดาลใจ พร้อมเซลฟี่เป็นที่ระลึกร่วมกัน 1 รูป ซึ่งหลังจากที่ “มานูเอล นอยเออร์” กลับไปพวกเขาก็พูดถึงซูเปอร์สตาร์คนนี้ไม่มีหยุดเลย คงจะปลื้มมาก ๆ


:: มุ่งสู่ใจกลางเมืองมิวนิก เพื่อแข่งขันภารกิจแบบทีม ::

หลังอิ่มอกอิ่มใจกับนักเตะในฝันอยู่พักใหญ่ ในช่วงบ่าย พวกเขาก็พร้อมลุยมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองมิวนิก เดินเท้าไปยังจุดต่าง ๆ เพื่อทำภารกิจกับคู่แข่งอีก 6 ประเทศ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเซอร์ไพรส์ที่พวกเขาไม่รู้มาก่อนว่าต้องทำอะไร ที่ไหน ยังไง เอาเป็นว่าไปตามชมกันเลยดีกว่า บอกเลยสิ่งที่พวกเขากำลังจะทำได้ทั้งชมเมือง และโชว์ลีลาการเป็นนักฟุตบอลใจกลางกรุงกันเลยทีเดียว


:: ภารกิจที่ 1 เดาะบอลกลางเมือง ::

เริ่มต้นกันภารกิจที่ 1 พวกเขาจะต้องถ่ายวิดีโอ เดาะบอลกลางเมือง โดยมีปราสาท Peterskirche เป็น Background อยู่เบื้องหลัง แน่นอนอันดับ 1 ในการเดาะบอลของ #TeamThai ก็ต้องยกให้ “คิว” นี่แหละ เดาะไปไม่กี่ทีก็ผ่านเป็นที่เรียบร้อย


:: ภารกิจที่ 2 เลี้ยงบอลศีรษะ ::

หลังจากนั้นพวกเขาก็ต้องเดินเท้าไกล ผ่านสถานที่สำคัญต่าง ๆ ของเมืองมิวนิก ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาได้รู้จักสถานที่สำคัญต่าง ๆ ของเมืองมิวนิกไปในตัว 

เพื่อไปถ่ายรูปเลี้ยงบอลบนศีรษะ และมีรูปปั้น Vater Rhein Brunnen เป็น Background โดยเรื่องทรงตัว คราวนี้ทุกคนลงความเห็นว่า ต้องเป็น “คีม” เท่านั้น :)


:: ภารกิจที่ 3 รวมตัวโหม่งบอลกลางตลาด ::

เดินทางมาถึงภารกิจสุดท้าย กับการถ่ายวิดีโอ โหม่งบอลเป็นกลุ่มแล้วส่งต่อให้ครบทุกคน กลางตลาด Viktualienmarkt โดยความยากของภารกิจนี้ คือพวกเขาจะต้องมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา เพราะรอบข้างเป็นร้านค้ามากมาย หากพวกเขาทำพลาด อาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ 

แต่เหตุการณ์เหล่านั้นก็ไม่เกิดขึ้น พวกเขาทำสำเร็จด้วยการลองเพียงไม่กี่ครั้ง จนนักท่องเที่ยวที่นี่ต้องหยุดดูกันเป็นแถว ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับความสามัคคีของพวกเขาล้วน ๆ ที่ทำให้ทุกภารกิจสำเร็จได้


:: โชว์สเต็ปเดาะบอลดวลคู่แข่ง ::

เมื่อทำภารกิจเรียบร้อย ก็เป็นเหมือนใบเบิกทางให้พวกเขา ได้เข้าร่วมการแข่งขันเดาะบอลแบบ Freestyle กลางจตุรัส Marienplatz ซึ่งแต่ละประเทศจะต้องส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน 1 คน แน่นอนคนที่เดาะบอลได้เก่งที่สุดของไทย หนีไม่พ้น “คิว” ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง โชว์สเต็ปการเดาะบอล จนคู่แข่งจากประเทศอื่น ๆ ต้องปรบมือให้ บอกเลยเด็กไทย ถ้าทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลกแน่นอน แค่ท่าก็กินขาดแล้ว


:: ทำหน้าที่ทูตวัฒนธรรมไทย ::

ปิดท้ายวันนี้ด้วยโชว์การแสดง แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของทุกชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน #TeamThai ของเราจึงควัก “มวยไทย” หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำชาติมาโชว์ให้โลกได้เห็นซะเลย โดยหลังจากที่พวกเขาขึ้นแสดง ตัวแทนจากชาติที่เหลืออีก 6 ประเทศ ก็ลุกฮือไปชมติดขอบเวที หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอกันเป็นว่าเล่น “มวยไทย” ที่พวกเขาคิดไว้ได้ผลจริง ๆ ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยทั้งในและนอกสนามได้ดีสุด ๆ :)

ส่วนในวันพรุ่งนี้พวกเขาจะได้เข้าชมการแข่งขันจริงในสนาม Allianz Arena ที่ FC Bayern Munich จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ Eintracht Frankfurt โดยมีชัยชนะเป็นเดิมพัน เพื่อการันตีการป้องกันแชมป์ ซึ่งมันก็คล้ายกับตัวแทนประเทศไทยทั้ง 10 ที่จะต้องลงป้องกันแชมป์ 2 สมัย เพื่อคว้าแชมป์สมัยที่ 3 บนสนามแห่งนี้เช่นกัน ซึ่งนี่ก็เหมือนเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้กับพวกเขาไปในตัว

DAY 5 : มุ่งสู่มิวนิก เริ่มต้นบททดสอบ

ใกล้เข้ามาทุกที … กับการชิงแชมป์ฟุตบอลรายการ #FCBayernYouthCup หลังเก็บตัวที่แฟรงก์เฟิร์ตมาหลายวัน ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องออกเดินทางสู่เมืองมิวนิกอย่างเป็นทางการ 

ซึ่งไฮไลท์ในวันนี้พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งเป็นครั้งแรกในการฝึกซ้อมรวม แถมในช่วงค่ำยังมีการจับฉลากแบ่งสายการแข่งขัน ซึ่งตลอดทั้งวันจะเป็นอย่างไร #TeamThai จะต้องร่วมกลุ่มกับใครบ้าง มาติดตามกันได้เลย :)


:: มุ่งหน้าสู่มิวนิก ::

วันนี้การเดินทางของพวกเขา เริ่มต้นตั้งแต่ตี 4 เพื่อมารอขึ้นรถไฟไปเมืองมิวนิก แม้เมื่อวานจะมีเกมอุ่นเครื่อง แถมยังต้องตื่นเช้า แต่พวกเขาก็ดูตื่นเต้นและตื่นตัวตลอดเวลา คงเป็นเพราะใกล้จะได้สู้ในสนามจริงสักที หลังเก็บตัวมาหลายวัน 


:: ยินดีต้อนรับสู่มิวนิก ::

หลังใช้เวลาเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงเมืองมิวนิก และที่นี่จะเป็นที่ที่พวกเขาทั้ง 10 คน จะต้องลงแข่งขันจริง ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ บนสนาม Allianz Arena 

เมื่อขนของลงจากรถไฟเรียบร้อย โค้ชแดเนียลก็เรียกทุกคนรวมตัว เพื่อย้ำว่า เราได้มาถึงเมืองมิวนิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหลังจากนี้ทุกคนจะต้องทำมันให้เต็มที่ สู้เพื่อคนไทยที่รอเชียร์ ให้สมกับที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย


:: ได้นั่งรถในฝัน :: 

เมื่อเก็บของเรียบร้อย พวกเขาก็เดินขึ้นรถบัสของทีม FC Bayern Munich เพื่อมุ่งหน้าสู่สนามซ้อมทันที ซึ่งพวกเขาตื่นเต้นมาก ๆ ที่มีโอกาสได้ขึ้นมาสัมผัสรถคันนี้ 

แม้ในเวลาต่อมา พวกเขามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนไปนั่งรถบัสอีกคัน แต่การได้ขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศบนรถบัสของทีม FC Bayern Munich ในระยะเวลาอันสั้น ก็เป็นเหมือนฝันที่เป็นจริงแล้วนั่นเอง


:: ถึงเวลาสู้ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ::

เมื่อเดินทางมาถึงสนามซ้อมของทีม FC Bayern Munich พวกเขาก็พบกับคู่แข่งอีก 7 ทีม 6 ประเทศ ได้แก่ ทีมจีน, ทีมสิงคโปร์, ทีมอินเดีย, ทีมสหรัฐฯ, ทีมเยอรมัน, ทีมไนจีเรีย, และทีม FC Bayern Kids Club บอกเลยแต่ละทีมน่ากลัวมาก สรีระเหนือกว่าเราทั้งนั้น 

แต่อย่างที่โค้ชแดเนียลบอก ตอนนี้พวกเขาเหมือนมีธงชาติไทยติดอยู่ที่หน้าอกอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นยากแค่ไหนมันก็ต้องสู้กันสักตั้ง เอาเป็นว่าก่อนจะชิงแชมป์ในวันที่ 19 พฤษภาคม ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกันสักหน่อย


:: ได้ฝึกซ้อมกับตำนาน ::

วันนี้เป็นการซ้อมรวม โค้ชแดเนียลและโค้ชนีล จึงเปลี่ยนบทบาทจากผู้ฝึกสอนมาเป็นกองเชียร์คอยมองอยู่ห่าง ๆ แทน โดยคนที่มาสอนพวกเขาในวันนี้คือ “เคลาส์ ออเกนธาเลอร์” ตำนานกองหลังมากฝีมือของทีม FC Bayern Munich และทีมชาติเยอรมนี เรียกได้ว่าแค่ได้มาเจอก็คุ้มค่าแล้ว นี่ได้ซ้อมร่วมกับตำนานอีก คุ้มสุด ๆ ได้ประสบการณ์ไว้ใช้ในสนามจริงเพียบ


:: ถึงการซ้อมเปลี่ยนไป แต่เข้มข้นเหมือนเดิม ::

แน่นอนถึงจะไม่ได้ซ้อมเป็นทีมเหมือนตอนเก็บตัว แต่ทุกการซ้อมก็หนักหน่วงหมือนเช่นเคย โดยวันนี้การซ้อมถูกแบ่งออกเป็น 4 ฐาน เพื่อฝึกทักษะทางด้านการเลี้ยงบอล, การยิงบอล, การส่งบอล, และการป้องกัน ซึ่งโค้ชแดเนียลก็กำชับกับพวกเขาให้เล่นอย่างระมัดระวัง อย่าโชว์เยอะ เดี๋ยวจะเจ็บก่อนแข่งขันจริง แต่สุดท้ายเมื่อคู่แข่งเอาจริงในการซ้อม มันก็ต้องมีโชว์กันบ้างนิดนึง 


:: ลุ้นระทึกกับการจับฉลากแบ่งสาย ::

และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย กับการจับฉลากแบ่งสาย ว่าใครจะได้ร่วมกลุ่มกับใคร แต่ก่อนจับฉลากแชมป์เก่าอย่างเรา ต้องนำถ้วยแชมป์ของปีที่แล้วไปคืนเสียก่อน แต่บอกเลยให้ยืมชั่วคราวเท่านั้น พวกเขาบอกว่าเดี๋ยววันชิงแชมป์จะมารับคืน

ส่วนกติกา ปีนี้จะแบ่งทีมออกเป็น 2 สาย สายละ 4 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมด เกมละ 15 นาที เพื่อเก็บคะแนน และเอาทีมที่มีคะแนนดีที่สุดเป็น 2 อันดับแรก ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศตามลำดับ

สุดท้าย #TeamThai แชมป์เก่า 2 สมัยซ้อนได้อยู่สาย B ร่วมกับ 3 ทีม ได้แก่ ทีม FC Bayern Kids Club จากเยอรมัน, ทีมจีน และทีมอินเดีย ซึ่งเราจะคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ได้หรือไม่ อีก 2 วันเท่านั้น ถ่ายทอดสด 20:00 น. ทางแฟนเพจ Allianz Ayudhya


:: เอาจริงทุกการแข่งขัน ::

ก่อนจบวันมีการจัดทัวร์นาเม้นต์แข่งขันเกมฟุตบอล FIFA 19 โดยให้แต่ละประเทศส่งตัวแทนเข้าร่วมทีมละ 2 คน แน่นอนเรื่องแบบนี้เด็กไทยไม่เคยพลาด จริงจังราวกับแข่งจริงเสียอีก ออกท่า ออกทางเต็มที่ ยิงเข้าก็เฮ โดนยิงก็ยังยิ้มได้ แต่พอจบเกมก็
จับมือเช็คแฮนด์มอบมิตรภาพดี ๆ ให้แก่กัน

จบการแข่งขันแม้ #TeamThai จะคว้าได้เพียงที่ 3 ร่วม แต่พวกเขาย้ำว่านี่แค่วอร์มเท่านั้น ของจริงเดี๋ยวไปสู้กันในสนาม 19 พฤษภาคมอย่าลืมมาเชียร์พวกเขากันด้วยนะ

DAY 4 : อุ่นเครื่อง ลองของจริง

หลังได้พักเติมพลังไป 1 วันเต็ม! ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับเข้าสู่โหมดฝึกซ้อมอันเข้มข้นอีกครั้ง แน่นอนวันนี้ตัวแทนประเทศไทยของเรา ดูตื่นตัวเป็นพิเศษ คงเพราะช่วงเย็นจะมีอุ่นเครื่องลงแข่งขันจริงกับทีม FC Astoria Walldorf ทีมท้องถิ่นของที่นี่ 

ซึ่งนี่จะเป็นโอกาสเดียวที่พวกเขาจะได้ลองแทคติกที่ฝึกซ้อมกันมาในช่วงเก็บตัว เพราะหลังจากนี้พวกเขาจะต้องเดินทางเข้าสู่เมืองมิวนิก เพื่อร่วมฝึกซ้อมกับเพื่อน ๆ อีกหลายประเทศ ทำให้อาจไม่ได้ซ้อมทีมเหมือนเช่นเคย ดังนั้นวันนี้ต้องเต็มที่อย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งผลจะเป็นอย่างไร ตามไปชมกันเลย


:: เริ่มต้นด้วยสมาธิ ::

เมื่อตื่น…ก็มุ่งสู่สนามซ้อมทันที ด้วยแรงกายและแรงใจเต็มร้อย หลังพักผ่อนมา 1 วันเต็ม ภายในห้องแต่งตัว พวกเขาดูเคร่งขรึมและมีสมาธิมากขึ้น คงเป็นเพราะอยากทำผลงานในการฝึกซ้อมและการแข่งขันออกมาให้ดีที่สุด :)


:: ทบทวนแทคติก ::

เริ่มซ้อม! วันนี้โค้ชแดเนียล เน้นทบทวนเรื่องแทคติกเป็นหลัก เพื่อให้พวกเขาเข้าใจแผนการเล่นอย่างถ่องแท้ ซึ่งพวกเขาก็ตอบรับเป็นอย่างดี ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ ให้เสียงตอบโต้กันตลอด


:: แพ้ชนะขึ้นอยู่กับการทำประตู  ::

เกมรอบชิงแชมป์วันที่ 19 พฤษภาคม มีคนรอเชียร์อยู่เยอะ ต้องรักษาแชมป์ไปฝากคนไทย แน่นอนผลแพ้ชนะของกีฬาฟุตบอล ขึ้นอยู่กับการทำประตู ถึงจะเน้นเกมรับเป็นพิเศษ แต่เกมรับที่ดีสุด คือสวนกลับแล้วทำประตูให้ได้

ดังนั้นก่อนอุ่นเครื่องในเย็นวันนี้ ก็ต้องซ้อมยิงกันเยอะหน่อย โดยวันนี้โค้ชผู้รักษาประตูของเราอาสามาเซฟลูกยิงให้ซะด้วย ส่วน “กอล์ฟ” ผู้รักษาประตูของเรา ก็คอยเซฟลูกจากการซ้อมของเพื่อน ๆ อยู่อีกฟากนึง เรียกได้ว่าเต็มที่กันทุกคน

:: ซ้อมพิเศษเพิ่มเติม ::

หลังซ้อมเสร็จ! พวกเขาก็ใช้เวลาว่างที่เหลือ ซ้อมแทคติกพิเศษ ที่คิดค้นขึ้นมาเอง ทั้งเตะมุม และฟรีคิก บอกเลยแต่ละแผนนี่แยบยลเอามาก ๆ ว่าแต่จะเป็นยังไง ต้องรอติดตามในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้


:: เตรียมความพร้อม ฟื้นฟูร่างกาย :: 

ก่อนกลับไปพัก “พี่ยิม” นักกายภาพบำบัดของเรา ก็นำพวกเขายืดเส้นยืดสายกันเล็กน้อย เพื่อบรรเทาและฟื้นฟูร่างกายหลังการซ้อม เพื่อให้ร่างกายฟิตพร้อมที่จะอุ่นเครื่องในช่วงเย็น


:: สู้ให้สมกับเป็นตัวแทนประเทศไทย ::

พอ 4 โมงเย็นก็มีการเรียกประชุมทีม เพื่อคุยรายละเอียดเรื่องแผนการเล่นที่จะใช้กับทีม FC Astoria Walldorf โดยวันนี้พวกเขาจะได้ใส่เสื้อทีมชาติไทยลงสนาม ซึ่งโค้ชย้ำว่า มีเด็กอีกหลายพันคนที่อยากเป็นตัวแทนประเทศไทยได้ใส่เสื้อตัวนี้เหมือนพวกเขา ดังนั้นวันนี้ต้องทำให้เต็มที่ สู้เพื่อบ้านเกิด ให้สมกับตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่ตรงหน้าอก หลังจากนั้นก็มีการรวมพลัง 1 2 3 ไทยแลนด์ สู้!


:: อุ่นเครื่อง บททดสอบของจริง ::

สำหรับการอุ่นเครื่องในวันนี้ จะแบ่งเป็น 3 ควอเตอร์ ควอเตอร์ละ 15 นาที เพื่อจำลองสถานการณ์จริงที่จะเกิดขึ้นในรอบชิงแชมป์ที่สนาม Allianz Arena 

#TeamThai ทำตามแผนที่โค้ชวางเอาไว้ได้เป็นอย่างดี มีวินัยกันมาก ๆ แม้ทีม FC Astoria Walldorf จะมีรูปร่างที่สูงใหญ่และคุ้นเคยสภาพอากาศที่มากกว่า แต่ตัวแทนประเทศไทยก็อาศัยความเป็นทีมเวิร์ค และจิตใจอันแข็งแกร่งเข้าสู้


:: เล่นได้ใจ คนท้องถิ่น ::

ระหว่างแข่งขัน มีเด็กท้องถิ่นของเมือง “เบนไชม์” มาร่วมชมเกมอยู่ด้วย และการเล่นของ #TeamThai ในวันนี้ก็ดันไปโดนใจเด็กกลุ่มนี้เป็นอย่างยิ่ง พวกเขาเลยมาเป็นกองเชียร์ทีมไทย คอยส่งเสียงเชียร์อยู่เป็นระยะ ทั้งเฮ ทั้งไทยแลนด์ ทำเอา 10 ตัวแทนประเทศไทย วิ่งไม่มีหมดกันเลยทีเดียว


:: ผ่านบททดสอบ ::

จบเกม! ตัวแทนประเทศไทย อุ่นเครื่องเอาชนะทีม FC Astoria Walldorf ได้ไป 8 ประตูต่อ 0 ได้แก่ คีม 1 ลูก / โอ๊ต 2 ลูก / กอล์ฟ 1 ลูก / มิกซ์ 1 ลูก และฟิว 3 ลูก

โดยหลังเกมมีการจำลองสถานการณ์ยิงจุดโทษเพิ่มเติม แน่นอนพวกเขาก็เอาชนะไปได้อีก โดยกอล์ฟ ผู้รักษาประตูของเรา เซฟลูกยิงของคู่แข่งได้ถึง 3 ลูกติดต่อกัน เรียกได้ว่า ผลประกอบการในวันนี้ประสบความสำเร็จเอามาก ๆ พร้อมที่จะเดินทางสู่มิวนิกเพื่อเตรียมชิงแชมป์ได้แล้ว

DAY 3 : พักเติมพลัง รางวัลจากความตั้งใจ

เข้าสู่การเก็บตัววันที่ 3 ของ 10 ตัวแทนประเทศไทย หลังซ้อมหนักติดต่อกันมา 2 วัน แถมพวกเขาก็ตั้งใจฝึกซ้อมเป็นพิเศษ 

ดังนั้นเมื่อทำดี…มีผลงาน! ก็ควรได้รับรางวัลตอบแทน วันนี้ทีมโค้ชเลยเปิดทางให้พวกเขาได้พักผ่อน 1 วันเต็ม เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้กลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง ด้วยการพาออกไปเปิดหูเปิดตา ผ่อนคลายที่เมือง “ไฮเดลเบิร์ก” เมืองเก่าแก่ที่มีอายุนับพันปี ซึ่งหน้าที่ของพวกเขาคือเติมพลังให้เต็มจากรางวัลที่ได้รับ เพื่อให้พร้อมสำหรับตารางฝึกซ้อมที่เข้มข้นหลังจากนี้ไปจนถึงวันแข่งขันวันที่ 19 พฤษภาคม ว่าแต่วันนี้พวกเขาจะไปเติมพลังยังไงกันบ้าง ตามไปชมกันเลย

:: ขอกำลังใจจากทางบ้าน ::

ตื่นเช้าเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือได้เล่นมือถือ เพราะปกติพวกเขาจะงดใช้ เพื่อมุ่งมั่นกับการซ้อมอย่างเต็มที่ แต่เมื่อวันนี้เป็นวันพักผ่อน การได้ส่งข้อความไปขอกำลังใจจากที่บ้าน แค่เพียงระยะทางระหว่างเดินไปขึ้นรถบัสสู่เมืองไฮเดลเบิร์ก ก็เป็นหนึ่งในการเติมพลังใจให้มีแรงกลับมาซ้อมอีกครั้งแล้ว :)


:: เริ่มต้นเติมพลัง ::

ถึงแล้วเมืองไฮเดลเบิร์ก พุ่งตรงขึ้นมาที่ปราสาทเก่าทันที จากที่หน้าง่วง ๆ ตอนอยู่บนรถบัส แต่พอลงมาปุ๊บ ยิ้มแย้มแจ่มใส สดชื่นกันทุกคน อารมณ์เหมือนแบตเตอรี่ถูกเสียบสายและเริ่มต้นชาร์จอีกครั้ง แค่มาถึงก็น่าจะได้ไป 20% แล้ว 


:: เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ::

แม้จะไม่มีการฝึกซ้อม แต่การให้พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่นอกสนาม ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน วันนี้พี่นีล ผู้ช่วยโค้ชของเรา จึงอาสาเป็นไกด์นำทัวร์เมืองไฮเดลเบิร์ก คอยให้ความรู้แก่พวกเขาในเรื่องของประวัติความเป็นมาของสถานที่ต่าง ๆ เอาเป็นว่าได้ทั้งเติมพลัง ได้ทั้งความรู้ ครบเลย


:: เก็บภาพแทนความทรงจำ ::

โอกาสที่จะได้มาท่องโลกแบบนี้ ไม่ได้มีบ่อย ๆ พวกเขาจึงรีบตักตวงกันเต็มที่ ผลัดกันถ่ายรูปเก็บเป็นความทรงจำกันเป็นว่าเล่น เพราะทริปนี้ได้พักเต็ม ๆ มีแค่หนเดียวเท่านั้น


:: ไสยศาสตร์เพื่อแชมป์ ::

ลัดเลาะตามทางในปราสาทมาเรื่อย ๆ ก็มาพบเจอกับบ่อน้ำบ่อหนึ่ง พี่นีลผู้ช่วยโค้ชของเรา เล่าว่าที่นี่เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เชื่อว่าผู้ที่หันหลังแล้วโยนเหรียญลงบ่อน้ำได้สำเร็จ คำอธิษฐานจะเป็นจริง 

แน่นอนเรื่องแบบนี้ มีหรือคนไทยอย่างเราจะพลาด “น้องกอล์ฟ” กองกลางหนุ่ม เลยจัดให้ทันที เพื่อหวังว่า #TeamThai จะคว้าแชมป์ในวันที่ 19 พฤษภาคม บอกเลยทั้งทางตรง ทางอ้อม ตัวแทนประเทศไทยเอาหมด


:: เพื่อความรักที่สมหวัง ::

วัยรุ่นกับความรักเป็นของคู่กัน พอพี่นีลบอกว่าตรงนี้เป็นจุดที่อธิษฐานเรื่องความรักแล้วจะสมหวัง น้อง ๆ ก็พุ่งตัวเข้ามาถ่ายรูปในทันที เรื่องแบบนี้จริงจังสุด ๆ แบตเตอรี่เต็มแล้วมั้ง


:: อาหารไทยที่รอคอย :: 

หลังบ่นว่าอยากกินอาหารไทยมาหลายวัน อีกหนึ่งรางวัลที่พวกเขาได้รับ คือ ได้กินอาหารไทยสมใจอยาก แต่มีข้อแม้อยู่ว่าเลือกได้แค่ 4 เมนูเท่านั้น สุดท้ายก็ออกมาเป็นแบบนี้ ต้มยำกุ้ง, แกงเขียวหวาน, หมูกระเทียม, และเมนูยอดฮิตอย่างผัดกะเพรา บอกเลยมีข้าวกี่หม้อก็หมด เติมให้เต็มท้องก่อนลุยจริง ๆ 


:: เอาชนะความกลัว ::

พอกินข้าวเสร็จก็ถึงเวลาปล่อยให้พวกเขาไปช้อปปิ้ง ซื้อของฝากติดไม้ติดมือจากเมืองไฮเดลเบิร์ก แต่ด้วยความที่ไม่เคยใช้เงินยูโรมาก่อน และภาษาที่ไม่คุ้นเคย ทำเอาพวกเขาเก้ ๆ กัง ๆ 

แต่สุดท้ายเมื่อของมันต้องมี ก็เลยต้องรวบรวมความกล้าเข้าสู้ สุดท้ายก็สำเร็จ ได้ของกลับไปฝากที่บ้าน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในประสบการณ์ที่สอนให้รู้ว่า ไม่มีอะไรที่เยาวชนไทยทำไม่ได้


:: ของฝากแทนคำขอบคุณ :: 

แน่นอน! พวกเขารู้ว่ามีคนไทยรอเชียร์พวกเขาในวันชิงแชมป์อยู่เยอะ แต่คงไม่ได้มีโอกาสซื้อของฝากไปให้ ก่อนกลับพวกเขาเลยขอส่งข้อความแทนคำขอบคุณผ่านโปสการ์ดใบนี้ เพื่อให้คนไทยมั่นใจว่าพวกเขาจะทำอย่างเต็มที่

และช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนี้ พวกเขาจะมีตารางซ้อมที่เข้มข้นไปจนถึงวันแข่งขัน เพื่อเป้าหมายหลักที่จะป้องกันแชมป์ และคว้าแชมป์สมัยที่ 3 กลับมาฝากคนไทยให้จงได้นั้นเอง  

DAY 2 : ฝึกซ้อมอย่างมืออาชีพ

เข้าสู่วันที่ 2 ของการเก็บตัวฝึกซ้อมที่เยอรมนี ตัวแทนประเทศไทยทั้ง 10 คน เริ่มปรับตัวเข้ากับอาหาร และสภาพอากาศที่นี่ได้เป็นอย่างดี ส่วนในเรื่องการฝึกซ้อม บอกเลยว่าจริงจัง ไม่มีเหยาะแหยะ ทางโค้ชก็ใส่รายละเอียดด้านแทคติกลงไป ทำให้วันนี้เข้มข้นกว่าที่เคย 

และแน่นอน #TeamThai ของเราก็ตั้งใจฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ แสดงความเป็นมืออาชีพ ตั้งแต่ตื่นนอน … จนจบการฝึกซ้อมในช่วงเย็น ซึ่งวันนี้พวกเขาจะฝึกหนักด้านไหนกันมาบ้าง ตามไปชมกันเลย

:: เรื่องกินเรื่องใหญ่ แต่ต้องมีประโยชน์ ::

เริ่มต้นวันด้วยการทานมื้อเช้า ข่าวดีคือ พวกเขาเริ่มปรับตัวเข้ากับอาหารที่นี่ได้แล้ว แม้จะมีบ่นอยากกินขนมอยู่บ้าง แต่เมื่อโค้ชก็ยืนกรานว่าไม่ได้! พร้อมบังคับให้ไปตักผักเพิ่ม พวกเขาก็น้อมรับเป็นอย่างดี เพราะเข้าใจว่าโค้ชอยากให้พวกเขาฟิตและกินแต่ของมีประโยชน์ตามหลักโภชนาการสำหรับนักกีฬานั้นเอง

:: ทีมเวิร์คและความรับผิดชอบ :) :: 

การอยู่ร่วมกันที่นี่ ไม่ว่าจะไปซ้อม หรือ ไปกินข้าว พวกเขาจะไปพร้อมกันเสมอ จะขาดใครไปไม่ได้ เช่นเคย "ลีซอ" ยังคงทำหน้าที่รวมเพื่อน ๆ สมกับที่เป็นกัปตัน แต่วันนี้มีคนเกือบสาย เพราะลงมาแล้ว แต่อากาศดันหนาวกว่าที่คิด เลยต้องวิ่งขึ้นไปหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่ 

ซึ่งถ้าเพื่อนมาไม่ทันภายใน 2 นาทีตามเวลาที่นัดก็จะมีการทำโทษเกิดขึ้น แต่สุดท้ายพวกเขาก็ลงมาได้ทันเวลา และนี่แหละความรับผิดชอบในทีมที่พวกเขาใส่ใจ เห็นเป็นเยาวชนแบบนี้ มีวินัยนะเออ

:: ฟุตบอลไม่ได้มีแค่ปฏิบัติ :: 

ในส่วนของการฝึกซ้อมวันนี้ เริ่มต้นด้วยการประชุมทีม ทำความเข้าใจแผนการเล่น เพราะฟุตบอลไม่ได้มีแค่ภาคปฏิบัติ แต่ต้องมีภาคทฤษฏี เพื่อให้เกิดความเข้าใจควบคู่กันไป

แม้โค้ชแดเนียลจะเป็นชาวต่างชาติ และมีโค้ชนีลเป็นผู้ช่วยคอยแปลให้พวกเขาฟัง แต่ด้วยภาษาฟุตบอล มันก็ไม่ยากเกิน ที่พวกเขาจะเข้าใจตั้งแต่ครั้งแรกที่โค้ชอธิบายผ่านท่าทาง แถมเวลาโค้ชถามอะไร พวกเขาตอบได้หมด เรียกได้ว่าปฏิบัติก็ดี ทฤษฏีก็แน่น 

:: จะซ้อม ต้องยกเอง เก็บเอง ::

เมื่อเรียนภาคทฤษฏีจบ ก็ถึงเวลาที่ต้องลองภูมิผ่านการซ้อมจริง แต่ก่อนจะซ้อมได้ ก็ต้องช่วยกัน ทั้งขนอุปกรณ์ ยกน้ำดื่ม จัดพื้นที่ บอกเลย ยกเอง ซ้อมเอง นักเลงพอ! เมื่อซ้อมเสร็จก็ช่วยกันเก็บเข้าที่เหมือนเดิม เพราะเป็นถึงตัวแทนประเทศไทย จะให้คนไทยมาเสียชื่อเพราะเรื่องระเบียบวินัยไม่ได้เด็ดขาด 

:: จากทฤษฏีสู่ปฏิบัติ ::

เริ่มซ้อม! วันนี้เข้มข้นและจริงจังมาก เพราะพวกเขาเข้าใจสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ และรู้หน้าที่ของตัวเองในสนามเป็นอย่างดี ทำให้การฝึกซ้อมในวันนี้ค่อนข้างไหลลื่น และเป็นที่น่าพอใจ 

และเพื่อให้พวกเขาได้พบกับสถานการณ์จริงในการแข่งขัน โค้ชแดเนียลเลยขออาสาลงไปเป็นคู่ซ้อมด้วยซะเลย ทำเอาพวกเขาปลื้มกันใหญ่ ที่จะได้เก็บเกี่ยวเทคนิคจากโค้ช 

:: ผู้รักษาประตูพันธุ์อึด ::

ด้านผู้รักษาประตู ก็เข้มข้นไม่แพ้กัน ได้โค้ชผู้รักษาประตูมือดีของที่นี่ ช่วยเทรนให้ทั้งการรับลูกเรียดและลูกโด่ง 

แน่นอนว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูมักเป็นผู้ถูกกระทำ พอซ้อมรวมกับเพื่อน ๆ ก็โดนกระหน่ำยิง เซฟแล้วเซฟอีก จนลมลุกคลุกคลาน แต่หนักแค่ไหน เราก็จะเห็น “กอล์ฟ” ลุกขึ้นมาได้ทุกครั้ง อึดจริง ๆ ผู้รักษาประตูคนนี้

:: ซ้อมจนล้า ต้องมองหาพี่ยิม ::

ซ้อมเช้าหนักขนาดนี้ จะบอกว่าล้าก็คงไม่แปลก พอได้เวลาพัก พวกเขาก็เลยต้องผลัดกันเข้าไปหา “พี่ยิม” ที่พึ่งหนึ่งเดียว นักกายภาพบำบัดของทีม ที่คอยช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ล้าให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้พร้อมที่สุดสำหรับการฝึกซ้อมในช่วงเย็น


:: เต็มที่ในทุกการซ้อม ::

กลับมาซ้อมต่อในช่วงเย็น พวกเขาทั้ง 10 คน ยังคงทุ่มเทไม่มีเปลี่ยน แค่ยึดกล้ามเนื้อก่อนซ้อม พวกเขาก็ไม่มองข้าม ทำอย่างเต็มที่ ดูจากภาพแล้ว ยืดสุดจริง ๆ บอกเลย

:: ทำดีต้องได้รับคำชม ::

ก่อนจบการซ้อมในวันที่ 2 ก็ต้องรวมพลังและสรุปผลงานในวันนี้กันสักหน่อย แน่นอนวันนี้พวกเขาทำได้ดีมาก ๆ จริงจัง ทุ่มเท มีความเป็นมืออาชีพสุด ๆ และในการเก็บตัวฝึกซ้อมแบบปิดเช่นนี้ บอกเลยไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้รับคำชมจากทีมโค้ชอีกแล้ว นี่แหละหนึ่งในความสุขเล็ก ๆ ที่ทำให้พวกเขามีกำลังใจสู้ต่อในวันต่อไป 

ส่วนในวันพรุ่งนี้พวกเขาจะได้พัก เพื่อฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ด้วยการออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่เมืองไฮเดลเบิร์ก เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามกันต่อได้ที่นี่ https://elife.azay.co.th/footballforlifethailand

DAY 1 : จุดเริ่มต้น...การเดินทาง

หลังประกาศ 10 ตัวแทนประเทศไทยที่จะไปชิงแชมป์ฟุตบอลที่เยอรมนี ก็ถึงเวลาแล้ว ที่พวกเขาทั้ง 10 คน พร้อมทีมงาน จะต้องออกเดินทางอย่างเป็นทางการ เพื่อไปเตรียมความพร้อมก่อนแข่งขันจริงในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ บนสนามระดับโลก Allianz Arena สนามของยอดทีม FC Bayern Munich เรื่องราววันแรกของพวกเขา เรียกได้ว่ามีครบทุกรสชาติจริง ๆ ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย

การเดินทางของพวกเขา เริ่มต้นขึ้นที่นี่ "สนามบินสุวรรณภูมิ" นัดเจอ 2 ทุ่มก็มากันอย่างพร้อมหน้า ไม่มีใครมาสาย แม้แต่คนเดียว แบบนี้สิตัวอย่างของนักกีฬาที่ดี ปรบมือ! หลังประกาศผลก็ไม่ได้เจอกันเลย งั้นชักภาพร่วมกันสักหน่อย มีไปลากโค้ชและทีมงาน FC Bayern Munich TH มาร่วมเฟรมซะด้วย สงสัยจะคิดถึงการซ้อม :)

เป็นตัวแทนคนไทย! กำลังใจต้องมาก่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนฝูง ตามมาเอาใจช่วยกันเพียบ นี่ถ้าแข่งที่ไทย สงสัยกองเชียร์ได้ล้นสนามแน่นอน

เมื่อร่ำลาเรียบร้อย! ก็ถึงเวลารวมพลังไปสู้เพื่อคนไทย หนึ่ง สอง สาม #TeamThai สู้! 

ถึงเวลาขึ้นเครื่อง ก็ตื่นเต้นกันใหญ่ บางคนไม่เคยขึ้นเครื่องบิน บางคนไม่เคยไปต่างประเทศ แต่สุดท้ายมันก็เป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่พวกเขาได้เรียนรู้


หลังอยู่บนเครื่องบินนานเกือบ 12 ชั่วโมง! ก็ถึงสักที "เยอรมนี" ลงมาปุ๊บหนาวปั๊บ อุณหภูมิที่มาต้อนรับพวกเขาอยู่ที่ 5 องศา ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต้องออกไปลองสักหน่อย สรุปคือ “หนาวจริง” ควันออกปาก ถึงหน้าจะยิ้ม แต่ข้างในนี้สั่นเลย


ระหว่างรอรถบัสมารับ ความคิดถึงอาหารไทยก็บังเกิด "น้องโอ๊ต" ศูนย์หน้าของเรา จึงขอเติมพลังด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้หายอยากกันสักหน่อย จะได้มีแรงซ้อมมื้อแรกตอนเย็น


จนในที่สุดรถบัสก็มาถึง! เพื่อพาพวกเขาเดินทางไปเก็บตัวยังเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า “เบนไชม์” ซึ่งห่างจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ตไม่มากนัก โดยพวกเขาจะอยู่ซ้อมที่นี่ตั้งแต่วันที่ 11 - 15 พฤษภาคม ก่อนเดินทางเข้าสู่เมืองมิวนิกต่อไป

มาพูดถึงเรื่องอาหารการกินกันบ้าง ที่นี่จัดว่าเป็นสไตล์เยอรมันของแท้ แม้พวกเขาจะยังไม่ค่อยชิน และคิดถึงเครื่องปรุงรสจัด ๆ สไตล์บ้านเรา แต่ก็ไม่เกี่ยงที่จะปรับตัว มีอะไรทานหมด 

เนื่องจากทีมต้องมีผู้นำ ก่อนกลับไปพักที่โรงแรม จึงมีการประชุมทีมเล็กน้อย เพื่อตกลงกฏระเบียบที่จะใช้ร่วมกันที่นี่ พร้อมแต่งตั้งกัปตันทีม ซึ่งทีมโค้ชลงความเห็นและมอบหมายหน้าที่นี้ให้กับ “ลีซอ” ซึ่งเป็นผู้ที่มีภาวะผู้นำที่สุดจากประสบการณ์ทีผ่านมา โดยเขาจะต้องดูแลเพื่อนทั้ง 9 คน ตลอด 9 วันที่อยู่ที่นี่

หน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง ภารกิจแรกของ “กัปตันลีซอ” คือการรวมเพื่อนอีก 9 คน ไปฝึกซ้อมให้มื้อแรกให้ตรงเวลา แน่นอน “กัปตันลีซอ” ไม่ทำให้ผิดหวัง รวมเพื่อนสำเร็จตามเป้าหมาย ก่อนพาทีมเดินไปสนามซ้อม ซึ่งห่างจากโรงแรมเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น :)


แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แถมเจออากาศอันหนาวเหน็บ แต่เป็นถึงตัวแทนประเทศไทย ซ้อมมื้อแรกก็ต้องทำให้เต็มที่ ใส่กันไม่ยั้ง โดยวันนี้โค้ชแดเนียลสอนพวกเขา ทั้งการหนีตัวประกอบ พร้อมวิธีการขึ้นเกมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ #TeamThai เป็นทีมที่สมบูรณ์แบบที่สุด


ขนาดผู้รักษาประตูหนึ่งเดียวอย่างกอล์ฟ ยังสู้ไม่ถอย เซฟแล้วเซฟอีก ใช้ทั้งมือ ใช้ทั้งหน้า เซฟจนเลือดกำเดาไหล แต่แค่นี้จิ๊บ ๆ กอล์ฟสู้ตาย 

นี่แค่ซ้อมมื้อแรก ยังจริงจังขนาดนี้ แล้วซ้อมมื้อต่อไป จะขนาดไหน และสุดท้ายตัวแทนประเทศไทยก็จบวันแรกอย่างสวยงาม ส่วนวันต่อ ๆ ไปจะเป็นอย่างไร ติดตามกันต่อได้ที่นี่ https://elife.azay.co.th/footballforlifethailand

TEAM THAI

มิกซ์ - ศุภวิชญ์

ตำแหน่ง : กองหลัง

หนุ่มน้อย ผู้อ่อนไหว ผู้แน่วแน่ในเส้นทางสายฟุตบอล

อ่านต่อ

ฟิว – เกริกพล

ตำแหน่ง : กองกลาง

หนุ่มทะเล้น ผู้ใช้พรแสวง
เป็นใบเบิกทางสู่ทีมชาติไทยชุดเยาวชน

อ่านต่อ

ลีซอ - เดชานนท์

ตำแหน่ง : กองหลัง

หนุ่มหล่อ ผู้ฝ่าฝันร้ายจากความกดดัน
ด้วยความมุ่งมั่นของจิตใจ

อ่านต่อ

กอล์ฟ - ธนกฤต

ตำแหน่ง : กองกลาง

แรปเปอร์สายสปอร์ต ผู้ใช้ฟุตบอลสู้เพื่อ “แม่”

อ่านต่อ

คีม - นิติพันธ์

ตำแหน่ง : กองหน้า

หนุ่มหน้ากวน ผู้สู้เพื่อฝัน
และเกียรติยศของครอบครัว

อ่านต่อ

โอ๊ต - เผด็จ

ตำแหน่ง : กองหน้า

หนุ่มหน้าเข้ม ผู้ใช้หนังสือและลูกหนัง
เดินหน้าความฝันไปด้วยกัน

อ่านต่อ

คิว - พิทยา

ตำแหน่ง : กองหน้า

เด็กหนุ่ม ผู้เลิก(ติด)เกม เพื่อฟุตบอลที่รัก

อ่านต่อ

กอล์ฟ - ณัฐกิตติ์

ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู

หนุ่มช่างพูด ผู้หวังใช้ฟุตบอล
เป็นประตูให้ครอบครัวกลับมาพร้อมหน้า

อ่านต่อ

เกมส์ – นรากรณ์

ตำแหน่ง : กองกลาง

หนุ่มอาชีวะ ผู้ใช้ฟุตบอล ตามหาที่เรียน

อ่านต่อ

เกมส์ – ปฏิภาณ

ตำแหน่ง : กองหลัง

หนุ่มหน้านิ่ง รักความท้าทาย
ผู้จากบ้านมาเพื่อเส้นทางฟุตบอล

อ่านต่อ

ร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ที่

FC Bayern Youth Cup